รับสมัคร 50 คนแรกเท่านั้น!

การประกวดอ่านออกเสียงภาษาไทย

ในโครงการบูรณาการพันธกิจระดับหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21
(เผยแพร่ความรู้ภาษาไทยสู่ชุมชน)

12 กุมภาพันธ์ 2569 | คณะมนุษยศาสตร์ฯ มรภ.กำแพงเพชร

คุณสมบัติผู้เข้าประกวด

  • นักเรียนระดับ ม.ปลาย หรือเทียบเท่า (ปวช.)
  • ไม่จำกัดเพศ
  • ส่งได้ไม่เกิน 2 คน ต่อ 1 โรงเรียน
  • รับจำนวนจำกัด 50 คนแรก

วัตถุประสงค์

  • เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาไทยให้กับนักเรียน
  • เพื่ออนุรักษ์และเผยแพร่ความรู้และทักษะการอ่านออกเสียงภาษาไทยสู่ชุมชน

กำหนดการรับสมัคร

อย่าพลาดโอกาสสำคัญ ติดตามวันที่ให้ดี

เปิดรับสมัคร

บัดนี้ - 2 กุมภาพันธ์ 2569

ประกาศรายชื่อ

3 กุมภาพันธ์ 2569

ติดตามประกาศ ตรวจสอบรายชื่อ
วันแข่งขัน

12 กุมภาพันธ์ 2569

รางวัลการประกวด

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจพร้อมเกียรติบัตร

ชนะเลิศ
2,000 ฿

พร้อมเกียรติบัตร

รองชนะเลิศอันดับ 1
1,500 ฿

พร้อมเกียรติบัตร

รองชนะเลิศอันดับ 2
1,000 ฿

พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลชมเชย (2 รางวัล)
500 ฿

พร้อมเกียรติบัตร

ผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทุกคนได้รับเกียรติบัตร | ครูผู้ฝึกซ้อมและผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับเกียรติบัตรเข้าร่วม

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนนเต็ม 100 คะแนน พิจารณาจาก 10 หัวข้อ

  • 1. การอ่านออกเสียงพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ 10
  • 2. การออกเสียง ร, ล 10
  • 3. การออกเสียงคำควบกล้ำ 10
  • 4. ความชัดเจนในการออกเสียง 10
  • 5. การออกเสียงคำตามหลักการอ่าน 10
  • 6. ความถูกต้องตามบทอ่าน 10
  • 7. การแบ่งวรรคตอน 10
  • 8. ลีลาการอ่าน (ความเหมาะสม/ช้าเร็ว/ราบรื่น) 10
  • 9. คุณภาพเสียง / การเปล่งเสียง 10
  • 10. บุคลิกท่าทาง 10

กำหนดการวันแข่งขัน

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมพุทธชาด

08.00 น.

ลงทะเบียน

08.45 น.

พิธีเปิด โดย คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

09.00 น.

แนะนำขั้นตอนการประกวด และผู้เข้าประกวดเก็บตัว

09.20 น.

เริ่มการประกวด (รอบคัดเลือก) พร้อมพักรับประทานอาหารว่าง

11.30 น.

ประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ (5 คน)

12.00 น.

พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น.

เริ่มการประกวด (รอบชิงชนะเลิศ)

ณ ห้องประชุมพิกุล (ชั้น 1)
16.00 น.

ประกาศผล มอบรางวัล และเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

บทอ่านออกเสียง (รอบคัดเลือก)

ผู้เข้าประกวดสามารถฝึกซ้อมได้จากบทความด้านล่าง

ภาษาและอักษรไทย

        ตัวอักษรที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมีหลายรูปแบบ แบบแรกเริ่มเป็นภาษาเขียนที่ใช้แทนความหมาย สัญลักษณ์หนึ่งใช้แทนความคิด หรือความหมายหนึ่ง เช่น ดวงอาทิตย์ หมายถึง วัน แต่รูปแบบภาพธรรมดาที่ไม่ได้ใช้แทนความหมายอื่น ไม่นับเป็นตัวอักษร ตัวอักษรจีนซึ่งมีใช้นานหลายพันปี เป็นภาษาเขียนที่ใช้แทนคำหรือความคิด ดังนั้นคนจีนที่พูดกันคนละภาษา เช่น จีนกลางกับจีนแต้จิ๋ว ซึ่งต่างกันมาก และไม่สามารถพูดกันได้รู้เรื่อง สามารถอ่านภาษาเดียวกันได้ เพราะเป็นภาษาที่แทนคำหรือความคิด ตัวอักษรหนึ่งอาจใช้แทนความคิด เช่น คน หรือน้ำ ได้โดยไม่เกี่ยวกับเสียงในภาษาเลย ผู้ที่ออกเสียงคำต่างกัน จึงอ่านภาษาเดียวกันได้ แต่คำในภาษาหนึ่งๆ มีจำนวนมากมาย การเขียนแบบนี้จึงต้องมีตัวเขียนจำนวนมหาศาลด้วย การเขียนอีกแบบหนึ่ง เป็นตัวเขียนแทนพยางค์ เช่น ภาษาญี่ปุ่น ตัวเขียนแบบนี้หนึ่งตัวแทนพยางค์หนึ่งพยางค์ จำนวนตัวเขียนในภาษาน้อยลงกว่าแบบแทนคำ แต่ก็ยังมีจำนวนมากอยู่

        ตัวอักษรแบบที่พัฒนามากที่สุดเป็นตัวอักษรแทนเสียงที่ใช้อยู่ในภาษา แต่ละภาษาใช้เสียงจำนวนจำกัด ในขณะที่คำในแต่ละภาษามีคำเป็นจำนวนพันจำนวนหมื่น ไม่มีภาษาใดที่ใช้เสียงถึง 100 เสียง ภาษาเขียนแบบนี้จึงมีตัวหนังสือน้อยกว่าภาษาเขียน 2 แบบแรกมาก การเขียนแบบตัวอักษรนี้เกี่ยวข้องกับเสียงในภาษาโดยเฉพาะ จึงเป็นเรื่องเฉพาะของภาษาใดภาษาหนึ่ง การเขียนแบบตัวอักษรที่ประดิษฐ์ในยุคแรกๆ ไม่มีตัวอักษรแทนเสียงสระ เช่น ภาษาฮีบรู ภาษาอารบิค การเขียนในสมัยต่อมา ได้พัฒนาให้มีทั้งอักษรแทนเสียงพยัญชนะและสระ และการเขียนของไทยนับว่า พัฒนาไปไกลมาก คือ นอกจากมีตัวเขียนแทนเสียงพยัญชนะและสระแล้ว ยังมีตัวเขียนกำกับเสียงวรรณยุกต์อีกด้วย นับว่าเป็นตัวเขียนที่เป็นตัวอักษรแทนเสียงในภาษาได้ใกล้เคียงที่สุด


ที่มา: ตัดตอนจาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 18 ภาษาและอักษรไทย